<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>admin &#8211; บริษัท สยามทรานซิสเต็มกรุ๊ป (1999) จำกัด</title>
	<atom:link href="https://www.siamtran.co.th/TH/author/admin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.siamtran.co.th/TH</link>
	<description>บริษัท สยามทรานซิสเต็มกรุ๊ป (1999) จำกัด</description>
	<lastBuildDate>Mon, 17 Apr 2017 16:06:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.7.2</generator>
	<item>
		<title>เทคโนโลยี RFID ใน Industry 4.0</title>
		<link>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-rfid-%e0%b9%83%e0%b8%99-industry-4-0/</link>
		<comments>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-rfid-%e0%b9%83%e0%b8%99-industry-4-0/#respond</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Dec 2016 08:23:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamtran.co.th/?p=162</guid>
		<description><![CDATA[เทคโนโลยีบ่งชี้ตัวตนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือที่บางท่า [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เทคโนโลยีบ่งชี้ตัวตนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ หรือที่บางท่านรู้จักในชื่อของ RFID หรือ Radio Frequency Identification เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบัน เนื่องจากการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีการขยายตัว ทำให้ข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้บริหารในปัจจุบัน<span id="more-162"></span> ซึ่งการที่สถานประกอบการจะมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็วได้นั้นจำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีต่างๆ เช่น RFID, Sensor, Embedded สำหรับสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ให้เกิดประโยชน์ได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน</p>
<p>สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยได้เห็นถึงความจำเป็นในการนำ RFID มาประยุกต์ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม จึงได้คิดเริ่มโครงการ “ส่งเสริมการปรับปรุงกระบวนการ<br />
โลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยี Application ระบบ RFID และ Barcode” ขึ้นในปี 2558 ซึ่งได้รับผลตอบรับจากสถานประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆเป็นอย่างดี ทำให้สำนักฯ ดำเนินโครงการต่อเนื่องในปี 2559 เพื่อให้สถานประกอบการได้เรียนรู้วิธีการนำเทคโนโลยี RFID ไปใช้อย่างถูกวิธีและเกิดประโยชน์ พร้อมกับรองรับกระแส Industry 4.0 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p>ในการดำเนินโครงการนี้ ทีมงานที่ปรึกษาได้ร่วมกับตัวแทนจากสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 ราย ในการออกแบบระบบและนวัตกรรมใหม่โดยใช้ RFID ซึ่งสามารถสร้างระบบการระบุตัวตนของวัตถุในกระบวนการโลจิสติกส์ต่างๆได้ อาทิ ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าด้วย RFID ซึ่งสถานประกอบการที่นำ RFID ไปสร้างนวัตกรรม เช่น บริษัทผู้ผลิตและส่งออกกระเบื้องเซรามิค บริษัทผู้ผลิตมอเตอร์แอร์ส่งออก ฯลฯ ซึ่งผลการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้สามารถลดต้นทุนหรือเพิ่มผลิตภาพของบริษัทฯ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท รวมถึงแก้ไขปัญหาด้านการบริหารจัดการขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การลดปัญหาเรื่องของการหยิบสินค้าผิดพลาด ลดระยะเวลาในการค้นหาสินค้า พนักงานทำงานอย่างเป็นระบบ และสามารถควบคุมพฤติกรรมได้</p>
<p>ในส่วนของบริษัทผู้ผลิตและส่งออกกระเบื้อง ก่อนการปรับปรุง บริษัทฯ พบปัญหาในการบริหารจัดการคลังสินค้ามากมาย เช่น ข้อมูลของคลังสินค้าที่จัดเก็บไม่ถูกต้อง ตำแหน่งจัดเก็บไม่ถูกต้อง การตรวจนับสต็อกสินค้าใช้คนในการตรวจทำให้ใช้ระยะเวลา และเกิดข้อผิดพลาดสูง ซึ่งหลังจากบริษัทฯ นำ RFID เข้ามาประยุกต์ใช้งานในการบริหารจัดการคลังสินค้าทำให้สามารถลดจำนวนพนักงานสำหรับปฏิบัติงานกว่า 30% ลดจำนวนรถโฟล์คลิฟต์ที่ใช้งานในคลังสินค้าไปได้ 6 คัน และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้มากกว่า 500,000 บาทต่อเดือน จากผลของการปรับปรุงดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ เห็นถึงประโยชน์ของการนำเทคโนโลยี RFID มาประยุกต์ใช้งาน จึงมีนโยบายที่จะขยายการปรับปรุงกระบวนการเพิ่มขึ้น โดยวางแผนจะทำให้คลังสินค้าของบริษัทฯ เป็น Smart Warehouse และพัฒนาส่วนอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นระบบอัตโนมัติสำหรับรองรับ IOT ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป</p>
<p>สำหรับบริษัทผู้ผลิตมอเตอร์แอร์ส่งออก ก่อนการปรับปรุง บริษัทฯได้พยายามนำเทคโนโลยี Barcode เข้ามาประยุกต์ใช้กับรถโฟล์คลิฟต์ เพื่อสร้างระบบการทำงานอัตโนมัติให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างสะดวกและถูกต้องแม่นยำ แต่บริษัทฯ ต้องพบปัญหาในเรื่องของการนำเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมไปใช้งาน ทำให้ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ทีมงานที่ปรึกษาจึงเข้าไปแนะนำการนำเทคโนโลยี RFID เข้ามาใช้งานแทน Barcodeโดยหลังจากการประยุกต์ใช้งานแล้วบริษัทฯ สามารถลดต้นทุนในกระบวนการต่างๆที่นำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีแผนการที่จะพัฒนาระบบของบริษัทฯ ให้เป็นรูปแบบ IOT ให้ได้ภายในปี 2020</p>
<p>ในอนาคตเทคโนโลยี RFID จะเข้ามามีส่วนในการสร้างระบบอัตโนมัติภายในองค์กรเป็นอย่างมาก ประกอบการกับภาวะการแข่งขันในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ดังนั้นทุกองค์กรไม่ควรนิ่งเฉยต่อการพัฒนาระบบ และเทคโนโลยีต่างๆ ของตนเอง เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงความต้องการ</p>
<p>ที่มา: ธนาพล โชคสุนทสุทธิ์<br />
ที่ปรึกษาโครงการส่งเสริมการปรับกระบวนการจัดการโลจิสติกส์<br />
ด้วยการใช้เทคโนโลยี Application ระบบ RFID และ Barcode<br />
http://www.logistics.go.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-rfid-%e0%b9%83%e0%b8%99-industry-4-0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โลจิสติกส์และชัพพลายเชนในยุคอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0)</title>
		<link>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a/</link>
		<comments>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a/#respond</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Dec 2016 08:20:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamtran.co.th/?p=160</guid>
		<description><![CDATA[จากที่ผ่านมาได้กล่าวถึงข้อมูลขนาดใหญ่ Big data เทคโนโลย [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>จากที่ผ่านมาได้กล่าวถึงข้อมูลขนาดใหญ่ Big data เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายและผลที่เกิดเป็นInternet of Thing ในฉบับนี้จะกล่าวถึงการพลิกโฉมหน้าวงการอุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่หรือที่เรียกว่าอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ซึ่งกว่าจะมาเป็นอุตสาหกรรม 4.0 แต่ละยุคสมัยนั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังนี้<span id="more-160"></span></p>
<p>ยุคที่ 1    เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1784 มีการประดิษฐ์เครื่องจักรกลไอน้ำขึ้นมาใช้งานเป็นครั้งแรก เป็นยุคการผลิตแบบโรงงานที่ใช้เครื่องจักรช่วยในการผลิต ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม</p>
<p>ยุคที่ 2    เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1870 มีการเปลี่ยนจากการใช้เครื่องจักรไอน้ำมาใช้พลังงานไฟฟ้า ต้นทุนการผลิตลดลง เป็นยุคของการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันจำนวนมาก (Mass Production)</p>
<p>ยุคที่ 3    เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1969 มีการใช้เครื่องจักรอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ในการผลิตแทนที่แรงงานคน เป็นยุคของการใช้อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศในการผลิต มีการปรับปรุงกระบวนการระบบบริหารจัดการด้านคุณภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น</p>
<p>ยุคที่ 4    เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2013 จากนโยบายอุตสาหกรรมแห่งชาติของเยอรมันเน้นการนำหุ่นยนต์ เครื่องจักร เทคโนโลยีดิจิทัล และอินเทอร์เน็ต มาใช้ช่วยในกระบวนการผลิตสินค้าแบบครบวงจร เป็นยุคของกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแบบ “Smart Factory”</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของอุตสาหกรรม 4.0 มี 2 ส่วนหลักคือ ส่วนฮาร์ดแวร์ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และระบบควบคุมการทำงาน และส่วนซอฟท์แวร์ ประกอบด้วย โปรแกรมควบคุมระบบการทำงาน และการเชื่อมต่อทางเครือข่ายในรูปแบบ Internet of Things (IoT) ทำให้เกิดข้อมูลในระบบการผลิตขึ้นอย่างมหาศาลซึ่งจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ</p>
<p>อุตสาหกรรม 4.0 มีแนวคิดที่สำคัญคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริการ หรือการขายสินค้า โดยการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารกับเครื่องจักร และระบบเครื่องจักรสามารถสื่อสารกันได้เอง หรือการผลิตสินค้าแบบอัตโนมัติตามความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะเน้นการตอบสนองโดยอัตโนมัติต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและตลาด ทำให้อาจสามารถตอบสนองถึงระดับรายบุคคลได้โดยยังรักษาคุณภาพการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ ความคาดหวังหรือความท้าทายในอุตสาหกรรม 4.0 ได้แก่ การผลิตสินค้าตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคได้มากขึ้น มีวงจรในการเกิดนวัตกรรมสินค้าที่สั้นลง สินค้าที่ผลิตมีความซับซ้อนมากขึ้นระยะเวลาในการผลิตสั้นลง และรองรับความต้องการตลาดที่ผันผวนมากขึ้น สามารถแข่งขันในการผลิตได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การเตรียมพร้อมของภาคอุตสาหกรรมเพื่อเข้าสู่ยุค </strong><strong>Industry 4.0</strong></p>
<p>จุดเด่นที่สำคัญในยุคนี้คือ ความสามารถในการเชื่อมต่อความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายเข้ากับกระบวนการผลิตสินค้าได้โดยตรง ทำให้สามารถผลิตสินค้าหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคแต่ละราย การบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนนับตั้งแต่กระบวนการสั่งซื้อ การนำเข้าวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การจัดเก็บ จนกระทั่งจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้า มีส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับความสามารถขององค์กร รองรับการเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้ ทุกองค์กรควรเริ่มที่จะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเริ่มดำเนินการดังนี้</p>
<p>&#8211; กำหนดเป้าหมาย นโยบาย แนวทางในการพัฒนาองค์กร เพื่อมุ่งสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0</p>
<p>&#8211; กำหนดแผนการปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มการสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่ายทั้งในระดับองค์กรและซัพพลายเชน รองรับการทำงานที่จะเกิดขึ้นในรูปแบบใหม่</p>
<p>&#8211; ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สามารถเชื่อมโยงและติดตามตรวจสอบต่อเนื่องได้ทั้งระบบตั้งแต่วัตถุดิบจากผู้ขายที่ต้นน้ำ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ส่งมอบแก่ลูกค้าหรือผู้ใช้ที่ปลายน้ำ</p>
<p>&#8211; สร้างช่องทางการเข้าถึงติดต่อและทำความเข้าใจในลูกค้าให้มากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมมาช่วยในการทำงาน</p>
<p>&#8211; พัฒนาข้อมูลที่เริ่มมีปริมาณมากมาย Big Data จากเทคโนโลยีดิจิทัลมาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อจัดทำเป็นสารสนเทศในการบริหารจัดการและตัดสินใจอย่างถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ความต้องการอันผันผวนของผู้บริโภค</p>
<p>&#8211; พัฒนาบุคลากรให้เพิ่มทักษะการปฏิบัติงาน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และความรู้ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>&#8211; ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่และสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน</p>
<p>การพัฒนาองค์กรให้มีความพร้อมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ต้องมีจุดแข็งคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยควบคุมการผลิต หากต้องการมีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ต้องเริ่มกำหนดนโยบายและแผนการทำงานที่ชัดเจน เน้นการพัฒนางานด้านการปรับปรุงโลจิสติกส์และซัพพลายเชนให้เป็นมาตรฐาน กระตุ้นให้เกิดการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันขององค์กรให้ทันต่อสถานการณ์ตลอดเวลา</p>
<p>ที่มา: เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ<br />
สำนักโลจิสติกส์<br />
http://www.logistics.go.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรับตัวและรับมืออย่างไรในยุคอุตสาหกรรม 4.0</title>
		<link>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84/</link>
		<comments>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84/#respond</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Dec 2016 08:13:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamtran.co.th/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[ในฉบับที่ผ่านมาเรากล่าวถึงโลกของอุตสาหกรรม 4.0 (Industr [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ในฉบับที่ผ่านมาเรากล่าวถึงโลกของอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ปัจจุบันทุกประเทศมีการเชื่อมต่อกันอย่างไร้พรมแดนในทุกมิติ ทั้งความร่วมมือทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม หลายประเทศจำเป็นต้องปรับตัวสู่การพัฒนาในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตนเองภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา<span id="more-155"></span></p>
<p>ประเทศไทยอาจต้องใช้ระยะเวลาในการเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เนื่องจากยังไม่สามารถผลิตเทคโนโลยีได้เอง แม้จะมีการวิจัยและพัฒนาจำนวนมากแต่ยังไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ และไม่สามารถนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงได้ เราควรเปลี่ยนวิธีคิดใหม่โดยมองให้ออกว่า โลกในวันนี้มีเทคโนโลยีอะไรที่จะนำมาใช้กับการผลิตของเราได้บ้าง จำเป็นแค่ไหนในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต เราจะขับเคลื่อนศักยภาพของประเทศไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าระดับโลกได้แค่ไหน มองการผลิตสินค้าสำหรับการบริโภคของคนทั่วโลก โดยหาว่าตัวเองเก่งหรือเหมาะสมกับธุรกิจอะไร และจะสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร ภาครัฐและภาคธุรกิจควรต้องเตรียมพร้อมรับมือในการปฏิรูปอุตสาหกรรมครั้งนี้ร่วมกัน</p>
<p><strong>     1. ภาครัฐ</strong> ปัจจุบันเริ่มมีการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเป็นการวางรากฐานการพัฒนาสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ทั้งสิ้น โดยส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้วางนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม ดังนี้</p>
<p>1.1 การส่งเสริมต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่โดยการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมเป็น Cluster เพื่อพัฒนาตามกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านเทคโนโลยี เช่น ห้องปฏิบัติการ ศูนย์ทดสอบ และสนามทดสอบกลาง พร้อมทั้งส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาให้มีเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>1.2 การส่งเสริมเพื่อสร้างผู้ประกอบการในระดับ SMEs รวมทั้งอุตสาหกรรม OTOP โดยเพิ่มการยกระดับมาตรฐานการผลิตและผลิตภัณฑ์ สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้กระจายไปในภูมิภาค พัฒนาศูนย์บ่มเพาะ SMEs/OTOP ให้มีมากขึ้น ส่งเสริมเทคโนโลยีการตลาดยุคดิจิทัล รวมถึงจัดหาแหล่งเงินทุนในการพัฒนาการผลิต</p>
<p>1.3 ปรับปรุงฐานการลงทุนการผลิตและการส่งออกของอุตสาหกรรม โดยแยกเป็น</p>
<p>&#8211; การเพิ่มผลผลิต (Productivity) โดยการพัฒนาทักษะแรงงานและสนับสนุนให้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย</p>
<p>&#8211; การสร้างปัจจัยที่เอื้อต่อการผลิต (Enabling Factor) กำหนดกฎหมาย/กฎระเบียบ พัฒนาคน ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ และบริหารจัดการข้อมูล Big Data</p>
<p>&#8211; การเชื่อมโยงเครือข่าย (Connectivity) สร้างพันธมิตรและจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ประสานจัดกลุ่มอุตสาหกรรมเชื่อมโยงเป็น Cluster และเชื่อมโยงการผลิตการตลาดโดยใช้ Digital Technology</p>
<p>&#8211; การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Factory) และเมืองนิเวศน์ (ECO-Town)</p>
<p><strong>     2. ภาคธุรกิจ </strong>ผู้ประกอบการควรต้องเริ่มที่จะมีการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย กลยุทธ์ที่ชัดเจนในเรื่องที่เกี่ยวข้องเช่น</p>
<p>&#8211; การเพิ่มความร่วมมือในการผลิตร่วมกันตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีการจัดกลุ่มการผลิต</p>
<p>&#8211; การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร พัฒนาระบบบริหารจัดการ จัดหาเครื่องมือจัดการองค์ความรู้เพื่อยกระดับศักยภาพการปฏิบัติงาน</p>
<p>&#8211; การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต โดยพัฒนาความสามารถในงานด้านโลจิสติกส์และชัพพลายเชน ได้แก่ การวางแผน การจัดซื้อจัดหา การผลิต การจัดเก็บ และการกระจายสินค้า</p>
<p>&#8211; พัฒนานำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาใช้เพื่อการบริหารและการบริการที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p>&#8211; การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องเป็นมาตรฐานสากล สามารถปรับเปลี่ยนเข้ากับเงื่อนไข กฎระเบียบ และกติกาที่เป็นสากลได้</p>
<p>&#8211; ส่งเสริมธรรมาภิบาลภายในองค์กร เพื่อสร้างความถูกต้องโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการทำงาน</p>
<p>&#8211; พัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กรให้สามารถผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>&#8211; อุตสาหกรรมต้องอยู่ร่วมกับสังคมได้ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในสังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ประเทศไทยยังคงจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าอุตสาหกรรมไทยจะมีโอกาสแข่งขันในหลายอุตสาหกรรม แต่ก็ควรที่จะต้องเลือกเวทีและสินค้าให้ถูกต้อง อาจมองหาอุตสาหกรรมที่ถือเป็นจุดเด่นของประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหาร หรืออุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เริ่มกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ และพึ่งพาเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดปัญหาด้านต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น การดึงศักยภาพที่แท้จริงของประเทศไทยมาพัฒนา โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือจะทำให้เรามีจุดเด่นที่สามารถต่อยอดให้ถึงขีดสุด เน้นการผลักดันนำเอาระบบ IT เข้ามาช่วยในการพัฒนากระบวนการผลิตให้มากขึ้น ตั้งแต่กระบวนการผลิต การบรรจุหีบห่อ และการขนส่ง เป็นต้น หากทำได้จะสามารถลดต้นทุน ลดความสูญเสีย และนำไปสู่การแข่งขันที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนเอาเทคโนโลยีมาใช้งานนั้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมในบ้านเรา และต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยด้วย</p>
<p>ที่มา: เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ<br />
สำนักโลจิสติกส์<br />
http://www.logistics.go.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.siamtran.co.th/TH/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โลจิสติกส์ 4.0 กับการปรับตัวของผู้ประกอบการไทยในยุคอุตสาหกรรม 4.0</title>
		<link>https://www.siamtran.co.th/TH/150/</link>
		<comments>https://www.siamtran.co.th/TH/150/#respond</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Dec 2016 07:55:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamtran.co.th/?p=150</guid>
		<description><![CDATA[Logistics 4.0 เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในกิจก [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>Logistics 4.0 เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในกิจกรรมต่าง ๆ ของการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์หากมองแนวคิดของโลจิสติกส์ซึ่งถือเป็นงานบริหารจัดการความต้องการของ Demand และ Supply การพัฒนาในยุค Logistics 4.0 จะช่วยให้ช่องว่างระหว่างโซ่อุปทานสั้นลง ผู้ผลิตสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น<span id="more-150"></span> การพัฒนาประสิทธิภาพระหว่างโซ่อุปทานสูงขึ้น อย่างไรก็ตามช่องว่างระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคที่แคบลงไม่ได้หมายถึงธุรกิจหรือคนกลางที่อยู่ในสายโซ่อุปทานจะถูกตัดออกไป ยังคงมีอยู่ แต่จะอยู่รอดได้ดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว และความสามารถของการเพิ่มและส่งต่อคุณค่าที่มีอยู่ในวันที่โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ทั้งภาคการผลิตที่เปลี่ยนจาก Mass Production มาสู่ Customized Production ภาคโลจิสติกส์ต้องแข่งขันกันด้วยความสามารถในการบริหารจัดการ Demand and Supply ส่วนภาคธุรกิจการค้าต้องเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยวิถีทางการตลาดเพื่อส่งผ่านคุณค่าของสินค้าสู่ผู้บริโภค สิ่งที่ต้องให้ความสนใจคือ ผู้ประกอบการไทยพร้อมที่จะเข้าสู่การแข่งขันในยุคนี้แล้วหรือไม่ เพราะหากผู้ประกอบการไทยสามารถปรับใช้แนวคิด และพัฒนาการของ Industrial 4.0 และ Logistics 4.0 และ Marketing 4.0 ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ จะก่อให้เกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ทั้งยังสามารถยืนหยัดแข่งขันกับคู่แข่งในเวทีโลกได้ แต่หากพิจารณาสถานะปัจจุบันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลางและย่อย (SMEs) พบว่ายังขาดความพร้อมในหลายด้าน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวสำหรับการแข่งขันในโลกยุคดิจิทัล ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของตนเองให้เข้าสู่ Digital Process ดังนี้</p>
<ol>
<li>ผู้ประกอบการควรปรับแนวคิดการทำธุรกิจ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นต้นทุนทางธุรกิจ (Cost) มากกว่าเป็นมูลค่าทางธุรกิจ (Value) ดังนั้นผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ โดยมองว่าการเติบโตของระบบคือการเติบโตของธุรกิจ กล่าวคือการสร้างระบบการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ ในระดับที่เหมาะสมเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถทางการแข่งขัน ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตและแข่งขันได้ในระยะยาว</li>
<li>สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเชิงธุรกิจอย่างชาญฉลาด แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตเทคโนโลยี แต่เพื่อเพิ่มโอกาสและการตัดสินใจที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจ จึงต้องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับที่เหมาะสมกับพื้นฐานทางธุรกิจของตนสำหรับการสร้างทางเลือก การตัดสินใจ รวมถึงการจัดการกระบวนการต่างๆ ทางธุรกิจ อย่างชาญฉลาด (Intelligent data) ทั้ง Internal Process และ Business Transaction ควบคู่ไปกับการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีที่มีอยู่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว ให้กับผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ทั้งนี้ภาครัฐถือเป็นหัวจักรสำคัญที่จะเข้ามามีส่วนช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวเข้าสู่ Digital Process ได้โดยเริ่มจากการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานของภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล เน้นการดำเนินงานอย่างบูรณาการ เพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อน และช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามในยุค 4.0 ซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิต ดังนั้น Key Success Factors ของการดำรงอยู่และการแข่งขันของธุรกิจ ไม่ได้อยู่แค่เพียงการมีเทคโนโลยีที่สูงกว่าหรือทันสมัยกว่าไว้ในครอบครอง แต่อยู่ที่การเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ</li>
</ol>
<p>เรียบเรียงโดย น.ส.กุลลดา ค้าสุวรรณ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์</p>
<p><strong>ที่มา</strong>: http://www.ftilogistics.org/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.siamtran.co.th/TH/150/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
